การใช้ลิฟต์เริ่มมาตั้งแต่ในยุคยุคกลางด้วยตะกร้าชักรอกอย่างง่าย ที่ส่วนใหญ่จำเป็นจะต้องพึ่งแรงงานจากมนุษย์

หรืออาศัยกลไกแรงกดดันน้ำมาทำให้ลิฟต์สามารถเคลื่อน โดยลิฟต์เป็นยานพาหนะสำหรับย้ายที่ข้าวของหรือคนระหว่างชั้นในอาคารสูง มีการเคลื่อนขึ้น-ลงในแนวตั้งที่ในขณะนี้สามารถปฏิบัติงานได้ด้วยระบบกระแสไฟฟ้า (อ้างอิงจาก: วิกิพีเดีย)

ลิฟท์โดยสาร ที่มีแบบรวมทั้งแนวทางการทำงานราวกับลิฟต์ในตอนนี้ ได้เริ่มปรับปรุงขึ้นในทศวรรษที่ 1800 ด้วยการใช้แหล่งพลังงานจากน้ำหรือละอองน้ำ แบบอย่างลิฟต์ที่ใช้น้ำสำหรับเพื่อการดำเนินงาน

 มีวิธีการเป็นการเติมน้ำลงในท่อกลวงจนกระทั่งระดับที่เกิดแรงไฮดรอคอยลิค (hydraulic) หลังจากนั้นแรงที่เกิดขึ้นจะดันกล่องที่บรรทุกคนหรือข้าวของให้เขยื้อนขึ้นไปตามท่อกลวง 

ซึ่งถัดมาความเร็วของกล่องได้ถูกปรับปรุงแล้วก็แก้ไขให้มีคุณภาพเยอะขึ้นด้วยแนวทางที่นานาประการ ดังเช่นว่า การพัฒนาเครื่องชูไฮดรอคอยลิค การนำลิ้นปิดเปิดจำพวกต่างๆเข้ามาควบคุมความเร็ว

 และใช้เครื่องชู (lifts) ที่เป็นตัวช่วยทำให้กล่องสามารถเขยื้อนขึ้น-ลงก้าวหน้าขึ้นด้วยเชือกที่ไหลผ่านคานถ่วงน้ำหนักรวมทั้งคอยก ฯลฯ ซึ่งลิฟต์ที่ใช้เครื่องชูมาช่วยสำหรับการดำเนินงาน 

ได้เจอเรื่องราวเริ่มใช้งานหนแรกในประเทศอังกฤษ ซึ่งนับได้ว่าเป็น ลิฟท์บันได ที่มีความเก่าแก่แล้วก็เป็นบรรพบุรุษของลิฟต์ในตอนนี้

ลิฟต์ที่ใช้พลังงานตัวแรก
กึ่งกลางศตวรรษที่ 19 ได้เจอเรื่องราวใช้ลิฟต์ที่ใช้พลังงานตัวแรกขึ้นในประเทศอเมริกา โดยได้ถูกใช้งานระหว่างชั้นสองชั้นข้างในตึกที่นิวยอร์กเพื่อขนส่งผลิตภัณฑ์ในลักษณะของตะกร้า กระทั่งในปี 1853 

ลิฟต์ได้ถูกทำการพัฒนาและก็ดีไซน์ให้มีความปลอดภัยสำหรับเพื่อการใช้งานเพิ่มมากขึ้น โดยกราเวส โอทิส (Elisha Graves Otis ค. ศาสตราจารย์1811-1861) 

มีแบบรวมทั้งวิธีการทำงานเมื่อระบบยกตัวของ ลิฟท์บ้าน  เป็นระบบแนวทางการทำงานของลิฟต์จะหยุดปฏิบัติงานด้วยตัวเองอัตโนมัติทั้งสิ้น แล้วต่อจากนั้นตู้ลิฟต์จะถูกปลดปล่อยลงมากระทั่งตกถึงฐานเพลาโดยสวัสดิภาพ

ลิฟต์โอทิส (Otis elevator) ตัวแรกได้ถูกจัดตั้งในห้าง อี.วี. ฮอฟวูท (E.V. Houghwout department) ในนิวยอร์กสำหรับขนส่งผู้คนในตึก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสำหรับในการจัดตั้งทั้งผองด้วยจำนวนเงินไม่ถึง 300 ดอลลาร์

 แล้วต่อจากนั้นในปี 1867 ลีออน เอมองซ (Leon Edoux) ได้กระทำประดิษฐ์รวมทั้งสร้างสรรค์ลิฟต์พลังงานไฮดคอยลิคขึ้น ลิฟต์ของโอทิสก็เลยได้ถูกปรับกลายเป็นการขับเขยื้อนด้วยพลังงานจากละอองน้ำในเวลาถัดมา

จากนั้น บริษัทโอทิส บราคุณส์ (Otis Brothers Company) ได้ถูกทำขึ้นในยอร์กเซียร์ นิวยอร์กโดยลูกชายของกราเวส โอทิส สำหรับทำผลิตลิฟต์เพื่อขายหลายพันตัว ซึ่งในปี 1873 ลิฟต์ของโอทิสได้ถูกจัดตั้งอย่างล้นหลามในตึกการค้าขายทั้งประเทศอเมริกา โอทิส บราคุณส์ 

ก็เลยได้เปลี่ยนเป็นบริษัทที่มีชื่อเป็นอย่างมากในแวดวงอุตสาหกรรมลิฟต์ จวบจนกระทั่งปี 1884 แฟรงค์ สปราจ (Frank Sprague คริสต์ศักราช1857-1934) ได้ทำประดิษฐ์ระบบปุ่มกดในการควบคุม

 รวมทั้งประดิษฐ์สร้างสรรค์ลิฟต์กระแสไฟฟ้าขึ้น โดยผลงานลิฟต์ตัวแรกได้ถูกนำไปจัดตั้งด้านในโรงงานฝ้ายที่ลอว์เรนซ์ แมสซาซูเซ็ทส์

ลิฟต์กระแสไฟฟ้าในเชิงการค้า
ในปี 1889 ลิฟต์กระแสไฟฟ้าในเชิงการค้าถูกจัดตั้งใช้งานคราวแรกแล้วก็ได้แพร่หลายเพิ่มมากขึ้นตราบจนกระทั่งนักคิดค้นชาว เยอรมัน เวอร์เนอร์ ฟอน ซีเมนส์ (Werner von Siemens คริสต์ศักราช 1816-1892) 

ได้คิดค้นนำเทคโนโลยีการสร้างลิฟต์มาปรับปรุงแล้วก็ประยุกต์กับมอเตอร์กระแสไฟฟ้า โดยการทำการตำหนิสูดดมอเตอร์รอบๆตูดลิฟต์แล้วก็ทำให้ลิฟต์เขยื้อนด้วยการใช้วัสดุอุปกรณ์เกียร์ขยับเพลาที่มีระบบระเบียบเฟืองติดอยู่

การใช้ลิฟต์ด้วยแหล่งพลังงานจากกระแสไฟฟ้าได้เกิดขึ้นในปี 1887 ที่มีการดำเนินงานโดยลิฟต์จะถูกพันรอบด้วยเชือกรวมทั้งก้ามปู แต่ว่าเมื่อตึกถูกผลิตให้มีความสูงของชั้นมากเพิ่มขึ้น

 เชือกแล้วก็ก้ามปูที่ใช้ก็ควรต้องแปลงให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ตราบจนกระทั่งเครื่องไม้เครื่องมือทั้งคู่มีความกว้างที่ไม่สมดุลกัน ก็เลยคือปัญหาสำคัญที่ทำให้ลิฟต์ประเภทนี้ถูกเลิกใช้ไป

ในปี 1889 เทคโนโลยีเกี่ยวกับมอเตอร์และก็เกียร์ได้ถูกปรับปรุงไปใช้งานกับลิฟต์ จนกระทั่งทำให้ลิฟต์สามารถใช้งานในตึกที่มีความสูงมากเพิ่มขึ้นได้ ด้วยแนวทางนำลิฟต์กระแสไฟฟ้ามาใช้เกียร์แบบต่อตรง 

ถัดมาในปี 1903 ลักษณะของลิฟต์ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนเป็นลิฟต์กระแสไฟฟ้าไม่มีเกียร์ ซึ่งสามารถกระทำจัดตั้งและก็ใช้งานได้ข้างในตึกที่มีความสูงมากยิ่งกว่าหนึ่งร้อยชั้น 

แล้วก็เพื่อการทำงานโดยรวมของระบบมีความเรียบร้อย รวมทั้งช่วยทำให้การเคลื่อนที่รวมทั้งลงหยุดของลิฟต์มีคุณภาพมากเพิ่มขึ้น ก็เลยได้มีการเปลี่ยนแปลงความเร็วของลิฟต์ จากการใช้มอเตอร์ที่มีความเร็วเพียงแต่ระดับเดียวมาเป็นมอเตอร์ที่มีความเร็วหลายระดับ

ลิฟต์ในตอนนี้
ในยุคสมัยใหม่นี้เทคโนโลยีต่างๆได้ถูกเอามาปรับใช้งานแพร่หลายเยอะขึ้น อาทิเช่น การเปลี่ยนจากระบบปุ่มกดมาใช้งานด้วยระบบแผ่นกุญแจ

 การควบคุมความเร็วของลิฟต์ด้วยกลไกการเปิด-ปิดและก็ตัวตัดต่างๆและก็การใช้ระบบเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาเสริมแนวทางการทำงานของลิฟต์ให้มีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ฯลฯ -> รับตัดเลเซอร์เพื่อผลิตส่วนประกอบในลิฟต์ ด้วยเทคโนโลยีตัดสิ่งของสะท้อนแสง

จำพวกของลิฟต์
ลิฟต์สามารถแบ่งได้ตามหลักการทำงาน ดังต่อไปนี้

ลิฟต์ระบบไฮดคอยลิค
ลิฟต์ระบบสลิง
โดยระบบลิฟต์ระบบสลิง คือระบบที่สามารถเอามาปรับใช้สำหรับในการใช้งานด้านต่างๆได้ออกจะมากมายแล้วก็นานัปการ มีค่าใช้จ่ายสำหรับเพื่อการจัดตั้งไม่สูงมากมาย

 ไม่เหมือนกับระบบไฮดรอคอยลิคที่ถึงจะมีระบบระเบียบการทำงานที่ง่ายยิ่งกว่า แม้กระนั้นเพราะเหตุว่าในวิธีการจัดตั้งควรต้องฝังกระบอกใส่น้ำยาไฮดรอคอยลิกให้ลึกพอๆกับความสูงของอาคาร ทำให้มีค่าใช้จ่ายสำหรับในการจัดตั้งสูง ลิฟต์ระบบสลิงก็เลยเป็นที่นิยมรวมทั้งถูกใช้งานอย่างมากมายมากยิ่งกว่าระบบไฮดรอคอยลิค

ลิฟต์ในขณะนี้ เป็นสาเหตุที่สำคัญสำหรับเพื่อการขนหรือเปลี่ยนที่ข้าวของ การพักอาศัยและก็หลักการทำงานของมนุษย์ในอาคารที่มีความสูงมากมายๆและก็เป็นสิ่งสำคัญที่เป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ทุพพลภาพแทนการใช้บันไดอีกด้วย 

ซึ่งจะมองเห็นได้ว่าไม่เฉพาะแต่อาคารสูงเสียดฟ้าเพียงแค่นั้นที่นำลิฟต์มาใช้ประโยชน์ด้านในตึก แม้กระนั้นสำหรับตึกที่มีปริมาณชั้นไม่มากมายก็ยังจำเป็นจะต้องใช้ประโยชน์จากลิฟต์ด้วยสิ่งเดียวกัน